นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ
ปรับปรุงล่าสุด เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “บริษัท” หรือ “เรา”) ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิความเป็นส่วนตัวของท่าน และถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัทจึงจัดทำนโยบายฉบับนี้เพื่อชี้แจงรายละเอียดการจัดเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลของท่าน ดังนี้
1. ความหมายของข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป หมายถึง ข้อมูลที่เกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลของเจ้าของข้อมูลได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน
ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (Sensitive Data) หมายถึง ข้อมูลที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ข้อมูลสุขภาพ และข้อมูลชีวมิติ บริษัทไม่มีเจตนาจัดเก็บข้อมูลอ่อนไหวที่ปรากฏบนบัตรประชาชน (เช่น ศาสนา หมู่เลือด) ขอให้ท่านขีดฆ่าข้อมูลดังกล่าวก่อนส่งมอบเอกสาร หากมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งก่อนเสมอ
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมจากท่าน
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้รับเท่าที่จำเป็นในการให้บริการกับท่าน เพื่อให้ท่านติดต่อสอบถามข้อมูลและเพื่อดำเนินธุรกิจในทางที่ท่านสามารถคาดหวังได้ว่าบริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการนั้น อันประกอบด้วย
- ข้อมูลแสดงตัวตน (identity data) เช่น ชื่อ นามสกุล วัน/เดือน/ปีเกิด เพศ เลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขใบขับขี่ หมายเลขหนังสือเดินทาง สถานภาพการสมรส เป็นต้น
- ข้อมูลติดต่อ (contact data) เช่น ที่อยู่ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์
- ข้อมูลอ่อนไหว (sensitive data) เช่น ข้อมูลเชื้อชาติ ความเชื่อ ศาสนา ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ข้อมูลชีวมิติ (biometric data) เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจะไม่ทำการประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวทุกประเภท
- ข้อมูลทางการเงิน (financial and transaction data) เช่น หมายเลขบัญชี หมายเลขบัตรเครดิต หมายเลขบัตรเดบิต ข้อมูลรายได้ต่อเดือน ข้อมูลการชำระเงิน เป็นต้น
- ข้อมูลทางเทคนิคและการใช้งาน (technical and usage data) โดยบริษัทมีสิทธิใช้คุกกี้ (Cookies) เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น หมายเลข IP Address, ชนิดของเบราว์เซอร์ที่ใช้ในการเข้าถึง, หน้าเว็บไซต์ที่ท่านเข้าถึงก่อนเข้าสู่แพลตฟอร์ม, หน้าเว็บไซต์ที่ท่านเข้าชม, จำนวนเวลาที่ท่านใช้ในการชมหน้าเว็บไซต์, สินค้าหรือข้อมูลที่ท่านค้นหาในแพลตฟอร์ม, เวลาและวันที่เข้าชมเว็บไซต์, ข้อมูลการกดเข้าชมเว็บไซต์
- ข้อมูลสิ่งที่ท่านสนใจ (profile data) เช่น ประกาศเสนอขายที่ดิน หรือสมัครงาน ข้อมูลความสนใจ ความชอบ งบประมาณ เหตุผลในการเลือกซื้อสินค้า และข้อมูลความเห็นจากการตอบแบบสำรวจ
- ข้อมูลการตลาดและการสื่อสาร (marketing and communication data) การตั้งค่าของท่านในการรับข้อมูลการตลาดจากบริษัทและบุคคลที่สาม (third party) รวมถึงข้อมูลการติดต่อกับบริษัท เช่น เทปบันทึกกรณีที่ท่านติดต่อเข้ามาทาง call center หรือผ่านทางช่องทาง social media อื่น ๆ อีเมล ข้อมูลในการสื่อสาร เป็นต้น
ข้อมูลที่ท่านจำเป็นต้องให้ไว้กับบริษัท และบริษัทสามารถเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ตามที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ต้องขอความยินยอม ซึ่งได้ยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย ได้แก่ ข้อมูลเพื่อเข้าทำสัญญาหรือข้อมูลอื่นตามที่กฎหมายกำหนด หรือข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น การเก็บภาพของท่านในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ การบันทึกภาพของท่านผ่านกล้อง CCTV
บริษัทไม่มีเจตนาจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของคุณ เช่น “ศาสนา” และ “หมู่เลือด” ที่ปรากฏอยู่บนสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ดังนั้น ขอให้ท่านดำเนินการขีดฆ่าหรือเซ็นเซอร์ข้อมูลดังกล่าวก่อนส่งมอบเอกสารให้แก่บริษัท ทั้งนี้ หากบริษัทมีความจำเป็นหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง (Explicit Consent) จากท่านก่อนเสมอ
บริษัทไม่มีเจตนาเก็บข้อมูลจากเด็กที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ตามกฎหมาย เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากบิดามารดา และหากท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวกับบุคคลอื่นแก่เรา (เช่น ข้อมูลคู่สมรส บุตร บิดามารดา) ท่านรับรองว่าท่านมีอำนาจและได้รับความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้นให้ส่งข้อมูลแก่เราได้
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลโดยรวม เช่น ข้อมูลเชิงสถิติ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของบุคคลได้ เพื่อคำนวณอัตราของผู้ที่เข้าถึงเว็บไซต์ของเรา หรือทำข้อมูลเชิงสถิติต่าง ๆ และหากข้อมูลสามารถกลับมาระบุตัวตนได้ เราจะถือว่าข้อมูลดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งจะถูกใช้ตามประกาศความเป็นส่วนตัวนี้
3. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงข้อมูลอ่อนไหวที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น ข้อมูลเชื้อชาติ ศาสนา ข้อมูลสุขภาพ และข้อมูลชีวมิติ โดยจะเก็บรวบรวมผ่านช่องทาง ดังนี้
- ได้รับจากท่านโดยตรง ผ่านขั้นตอนการให้บริการ การร้องขอการบริการลูกค้า การลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน การโต้ตอบทาง E-Mail หรือเมื่อท่านมาเยี่ยมชมสำนักงานและโครงการ
- ได้รับจากบุคคลที่สามหรือแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เช่น ผู้บริการบุคคลที่สามที่ให้ข้อมูลติดต่อทางธุรกิจ หรือแหล่งข้อมูลอื่นที่เราซื้อข้อมูลมาเพื่อรวมกับข้อมูลที่เรามี โดยอาจได้รับทาง E-Mail ทางโทรศัพท์ หรือเป็นเอกสารโดยตรง หรือพฤติกรรมการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์โดยใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อเก็บ Log การใช้งาน
4. เหตุผลในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ขอบเขตของกฎหมายคุ้มครองข้อมูล และเก็บรวบรวมข้อมูลเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการดังกล่าว ตามเหตุผลดังต่อไปนี้
- เมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน (Consent) บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งและได้รับความยินยอมจากท่านอย่างชัดแจ้ง
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests) หรือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลภายนอก หรือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของท่าน โดยที่ไม่ทำให้สิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นลดน้อยลง
- เพื่อเป็นการปฏิบัติตามสัญญา (Contractual Basis) บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เมื่อจำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา เช่น เพื่อเป็นข้อมูลในการให้บริการแก่ท่าน เพื่อเป็นข้อมูลในการปฏิบัติตามกระบวนการภายในของเราเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามสัญญา และเพื่อการประสานงานด้านนิติบุคคลสำหรับโครงการที่อยู่อาศัย เป็นต้น
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) บริษัทมีการประมวลผลข้อมูลโดยมีเหตุผลเพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท เช่น การป้องกันและตรวจจับความผิดปกติของธุรกรรมที่นำไปสู่กิจกรรมที่ผิดกฎหมาย การรายงานข้อมูลส่วนบุคคลต่อหน่วยงานราชการตามที่กฎหมายกำหนด รวมไปถึงการดำเนินกระบวนการทางกฎหมายอื่น ๆ
- เพื่อประโยชน์สาธารณะ (Public Interest) ในบางกรณี บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐให้ดำเนินการได้บรรลุตามวัตถุประสงค์
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest) บริษัทมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น
- เพื่อการบริหารจัดการภายใน รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน เพื่อยกระดับมาตรฐานในการทำงานของบริษัท ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจะเป็นไปตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทและประกาศความเป็นส่วนตัวนี้
- เพื่อป้องกัน รับมือ ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดการกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงการบันทึกภาพในพื้นที่บริเวณโครงการหรือพื้นที่อื่น ๆ เพื่อการรักษาความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยภายในบริเวณดังกล่าว
- เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า เช่น การจัดการข้อร้องเรียน การเสนอสิทธิประโยชน์โดยไม่มีวัตถุประสงค์ทางการตลาด รวมไปถึงการวัดผลการปฏิบัติงาน การวิเคราะห์การสำรวจตลาดและกลยุทธ์ทางการตลาด รวมทั้งเพื่อดำเนินการวางแผน การรายงาน และการคาดการณ์ทางธุรกิจ
- เพื่อวิเคราะห์ วิจัย ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการวิเคราะห์การใช้งานของผู้ใช้เว็บไซต์เพื่อพัฒนาเว็บไซต์และกลยุทธ์การสื่อสารของบริษัท
- เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อร่างกายและชีวิต (Vital Interests) เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (เช่น กรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ ผู้ป่วยหมดสติไม่สามารถให้ความยินยอมได้) การคุ้มครองเสรีภาพของบุคคล หรือการคุ้มครอง แก้ไข ป้องกัน ฟื้นฟูสภาพจากเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
5. วัตถุประสงค์ในการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำโดยมีวัตถุประสงค์ ขอบเขตและใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม ในการเก็บรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การให้บริการ จัดหา และปรับปรุงผลิตภัณฑ์ คอนเทนต์ และโฆษณา หรือบริการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการให้เจ้าของข้อมูลรับรู้ ให้ความยินยอมทางอิเล็กทรอนิกส์ ข้อความสั้น หรือตามแบบวิธีการของบริษัท โดยบริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- เพื่อให้บริการกับท่าน รวมถึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ ลูกค้าสัมพันธ์ และการบริการหลังการขาย
- เพื่อทำรายการตามที่ท่านประสงค์ เมื่อท่านลงทะเบียนผ่านหน้าเว็บไซต์ของบริษัท หรือผ่านทางช่องทางอื่น ๆ อาทิ กรอกเอกสารแบบสอบถามเมื่อท่านแวะชมโครงการ รวมไปถึงกรอกเอกสารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ใด ๆ ของบริษัท หรือเมื่อท่านติดต่อมายังบริษัทและแจ้งความประสงค์ให้ติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลโครงการ หรือเพื่อดำเนินการอื่น ๆ ตามที่ท่านร้องขอ
- เพื่อการวิจัยตลาด และวิเคราะห์ทางสถิติ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อทำการตลาดแบบตรงเพื่อเสนอสิทธิประโยชน์ตามความสนใจ
- เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุง พัฒนาการให้บริการเว็บไซต์ หรือสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ
- เพื่อวัตถุประสงค์ทางบัญชี การเงิน การยื่นสินเชื่อ การเรียกเก็บเงิน หรือการขอคืนเงิน
- เพื่อการบริหารจัดการด้านนิติบุคคลและการอยู่อาศัย
- เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนด หรือการร้องขอจากหน่วยงานภาครัฐ
การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการประมวลผลข้อมูล
บริษัทอาจมีความจำเป็นในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) หรือระบบอัตโนมัติมาสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงาน เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล ปรับปรุงคุณภาพการบริการ และเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ โดยบริษัทจะดำเนินการภายใต้มาตรการดังนี้
- การรักษาความมั่นคงปลอดภัย บริษัทจะเลือกใช้เฉพาะบริการ AI จากผู้ให้บริการที่มีมาตรฐานความปลอดภัยเทียบเท่าหรือสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด
- การจำกัดสิทธิการใช้ข้อมูล บริษัทจะไม่อนุญาตให้ผู้ให้บริการระบบ AI ภายนอก นำข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปใช้เพื่อการฝึกฝนแบบจำลอง (Model Training) นอกเหนือจากการให้บริการแก่บริษัทอย่างเด็ดขาด
- การตรวจสอบโดยมนุษย์ (Human Oversight) การตัดสินใจใด ๆ จาก AI ที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิทธิของคุณ จะต้องผ่านการพิจารณาตรวจสอบโดยบุคลากรของบริษัทเสมอ จะไม่มีการใช้ AI ตัดสินใจโดยอัตโนมัติ (Automated Decision-Making) เพียงลำพัง
6. การเปิดเผย ส่ง และโอนข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังบุคคลที่สาม ทั้งในหรือนอกประเทศไทย โดยดำเนินการตามมาตรการที่เหมาะสม ได้แก่
- บริษัทในเครือ หุ้นส่วนทางธุรกิจ พันธมิตรที่เข้าร่วมรายการ
- ที่ปรึกษาทางธุรกิจ ที่ปรึกษาทางการตลาด หรือที่ปรึกษาทางวิชาชีพ เช่น ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน ทนายความ
- ธนาคาร และผู้ให้บริการทางการเงิน
- ผู้ให้บริการภายนอก (Supplier/Outsource/Service Provider) เช่น บริษัทตัวแทน คู่ค้า ผู้รับเหมา ที่ปรึกษา สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการ Cloud Computing บริษัทรับจ้างทำกิจกรรมทางการตลาด แพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ บริษัทรับจ้างพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งอาจมีทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยบุคคลหรือหน่วยงานอื่นที่เราทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปนั้น สามารถเก็บรวบรวมและใช้ได้เฉพาะวัตถุประสงค์ตามที่ได้ระบุไว้ในข้อตกลงเท่านั้น
- หน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแลตามที่กฎหมายกำหนด
บริษัทกำหนดให้บุคคลภายนอกที่เราเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ต้องรักษาความลับและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามมาตรฐานที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยกำหนด และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้เฉพาะตามวัตถุประสงค์ที่เราได้กำหนดหรือมีคำสั่งให้บุคคลภายนอกนั้นดำเนินการ บุคคลภายนอกจะไม่สามารถใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้
ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องส่งหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ (เช่น การใช้บริการ Cloud Computing ที่มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ) บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าประเทศปลายทาง หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้น มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ (Adequate Protection Standard) หรือดำเนินการให้การถ่ายโอนข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อยกเว้นที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
7. การเก็บรักษาและระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลตามที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ โดยบริษัทมีหลักเกณฑ์ในการกำหนดระยะเวลาจัดเก็บ ดังนี้
- ตลอดระยะเวลาความสัมพันธ์ บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตลอดระยะเวลาที่ท่านยังมีนิติสัมพันธ์กับบริษัท
- การปฏิบัติตามกฎหมายและอายุความ เมื่อความสัมพันธ์สิ้นสุดลง บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นอย่างสมเหตุสมผล เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (เช่น กฎหมายบัญชี กฎหมายภาษีอากร) หรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมายของบริษัท (โดยปกติจะไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่ความสัมพันธ์สิ้นสุดลงตามอายุความทั่วไป)
- การทำลายข้อมูล เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว หรือเมื่อข้อมูลส่วนบุคคลนั้นหมดความจำเป็นสำหรับการประมวลผล บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Anonymization) ตามมาตรฐานและขั้นตอนของบริษัท
8. นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy)
บริษัทมีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์และปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของคุณให้ดียิ่งขึ้น และสร้างข้อมูลโปรไฟล์เกี่ยวกับการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา โดยไม่มีการเข้าถึงฮาร์ดไดรฟ์ของท่านแต่อย่างใด โดยท่านสามารถจัดการฟังก์ชันคุกกี้ในหน้าการตั้งค่าของเบราว์เซอร์ได้ เช่น การเลือกปิดคุกกี้บางประเภทตามที่ท่านต้องการ หากท่านต้องการทราบวิธีการจัดการฟังก์ชันคุกกี้ โปรดไปยังเมนูช่วยเหลือในเบราว์เซอร์ของท่าน โดยการปิดฟังก์ชันคุกกี้อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถของท่านในการทำธุรกรรม การใช้ฟังก์ชัน และการเข้าถึงเนื้อหาบางอย่างบนเว็บไซต์ของเราได้ไม่ครบถ้วนหรือเต็มประสิทธิภาพ
9. มาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Security)
บริษัทจะทำการเก็บรักษาข้อมูลและจัดให้มีวิธีการทางเทคโนโลยีเพื่อป้องกันไม่ให้มีการเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้รับอนุญาต เพื่อป้องกันการสูญหาย การปลอมแปลงข้อความ การเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ไม่ว่าข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะอยู่ในรูปแบบเอกสารหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือรูปแบบอื่นใดก็ตาม บริษัทมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเคร่งครัด และเคารพในความเป็นส่วนตัวของท่าน รวมถึงดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
- จัดหมวดหมู่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลลับ (Confidential information)
- มีมาตรการในการบริหารจัดการข้อมูล (Organizational Measure) ตามที่กฎหมายกำหนด
- พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ให้บริการภายนอก (Supplier/Outsource/Service Provider) มีหน้าที่ต้องรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ตามสัญญารักษาความลับที่ได้ลงนามไว้กับบริษัท
- จัดทำกระบวนการเพื่อจัดการกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (data breach) และจะแจ้งให้ท่านทราบหากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกละเมิด โดยการดำเนินการจะเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เข้มงวดและเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด แต่การรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอาจยังคงมีความเสี่ยง บริษัทจะดำเนินการอย่างเต็มความสามารถเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการถูกคุกคามทางไซเบอร์ ทั้งนี้ หากเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลอันเนื่องมาจากความผิดพลาดของบริษัทในการปฏิบัติตามกฎหมาย บริษัทพร้อมที่จะรับผิดชอบและดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
10. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิในการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้
- สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอทราบและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลที่ได้
- สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์
- สิทธิขอให้ลบ ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเหตุตามที่กฎหมายกำหนด
- สิทธิขอระงับการใช้ ท่านมีสิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
- สิทธิขอคัดค้าน ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
- สิทธิขอโอนย้าย ท่านมีสิทธิในการขอโอนย้ายข้อมูลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น หรือตัวคุณเอง
- สิทธิเพิกถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมที่คุณได้ให้ไว้กับเราได้ตลอดเวลา
- สิทธิในการร้องเรียน ท่านมีสิทธิยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากท่านพบว่าหรือมีเหตุให้เชื่อได้ว่า บริษัท พนักงาน หรือผู้รับจ้างของบริษัท ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว
ช่องทางการใช้สิทธิ: หากท่านประสงค์จะใช้สิทธิประการใดประการหนึ่งข้างต้น สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำร้อง หรือส่งความประสงค์มายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ได้ตามรายละเอียดในข้อ 13 โดยบริษัทจะตรวจสอบสิทธิภายใน 15 วัน และพิจารณาเพื่อดำเนินการภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ อนึ่ง อาจมีค่าธรรมเนียมการทำสำเนาเอกสารตามกฎหมายที่กำหนด
11. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ Website อื่น
นโยบายฉบับนี้ใช้เฉพาะสำหรับการให้บริการของเราและเว็บไซต์ของเราเท่านั้น หากคุณกดลิงก์ไปยังเว็บไซต์อื่น คุณจะต้องศึกษาและปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์นั้น ๆ แยกต่างหาก
12. การเปลี่ยนแปลงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะทบทวนนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราว หากมีการแก้ไขเราจะระบุ “วันที่มีผลบังคับใช้” หรือ “วันที่ปรับปรุงล่าสุด” ไว้ด้านบนของเอกสาร และจะแจ้งให้ทราบผ่านเว็บไซต์หรืออีเมลของคุณโดยเร็วที่สุด
13. ช่องทางการติดต่อ
หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้ หรือใช้สิทธิตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โปรดติดต่อ
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)
ชื่อองค์กร: บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ
ที่อยู่: 650, 652 ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
หมายเลขโทรศัพท์: 02-005-8888
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer : DPO)
อีเมล: PDPA@thanasiri.com
ที่อยู่สำหรับจัดส่งเอกสาร: (ส่งถึงเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) เลขที่ 650, 652 ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ เราให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของคุณ เราจึงได้จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) นี้ขึ้นมา ซึ่งครอบคลุมถึงวิธีการที่เราปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เช่น การเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย การถ่ายโอน และการจัดเก็บรักษา รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของคุณ เป็นต้น โปรดสละเวลาสักครู่เพื่อทำความเข้าใจนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเราและโปรดติดต่อเรา หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ
1. ข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ เราให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของคุณ เราจึงได้จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) นี้ขึ้นมา ซึ่งครอบคลุมถึงวิธีการที่เราปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เช่น การเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย การถ่ายโอน และการจัดเก็บรักษา รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของคุณ เป็นต้น โปรดสละเวลาสักครู่เพื่อทำความเข้าใจนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเราและโปรดติดต่อเรา หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ
2. การเก็บรวบรวมข้อมูล
การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำโดยมีวัตถุประสงค์ ขอบเขตและใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม ในการเก็บรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล เราจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การให้บริการ จัดหา และปรับปรุงผลิตภัณฑ์ คอนเทนต์ และโฆษณา หรือบริการด้วยวิธีการทางอิเล็คทรอนิกส์อื่นใดภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น ทั้งนี้เราจะดำเนินการให้เจ้าของข้อมูลรับรู้ ให้ความยินยอมทางอิเล็กทรอนิกส์ ข้อความสั้น หรือตามแบบวิธีการของบริษัท
เราอาจขอให้คุณระบุข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อใดก็ตามที่คุณติดต่อกับเราหรือบริษัทในเครือของเราที่อาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนี้ร่วมกันและใช้ข้อมูลดังกล่าวโดยสอดคล้องกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการให้บริการของเรา ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวข้างต้น เราจะขอความยินยอมจากคุณก่อนทำการเก็บรวบรวม เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
- เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
- เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการ ดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญา
- เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประมวลกฎหมายแพ่งและอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญา เป็นต้น
- เป็นการเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล
- เพื่อประโยชน์ของคุณ และการขอความยินยอมที่ไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น
- เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัท
- เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการศึกษา วิจัย การจัดทำสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม
3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวม
เมื่อคุณเข้าเยี่ยมชมโครงการของเรา ณ จุดให้บริการ หรือในสื่อออนไลน์, ซื้อผลิตภัณฑ์และบริการ, สมัครสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์, ลงทะเบียนการเข้าเยี่ยมชมโครงการหรือการรับสิทธิ์พิเศษต่าง ๆ, เชื่อมต่อกับบริการของเราเพื่อเข้าถึงข้อมูลด้านสินค้าและบริการ รวมทั้งการติดต่อเราทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เมื่อคุณแชร์คอนเทนต์กับบุคคลอื่น หรือเชิญผู้อื่นให้เข้าร่วมบริการ เราอาจจะเก็บข้อมูลที่คุณระบุไว้เกี่ยวกับบุคคลดังกล่าวด้วยเช่นกัน
เราอาจจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้
- ข้อมูลระบุตัวตน เช่น ชื่อ นามสกุล ภาพถ่าย เพศ วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัตรประชาชน หรือหมายเลขที่สามารถระบุตัวตนอื่น ๆ
- ข้อมูลสำหรับการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ E-Mail Line ID
- ข้อมูลการชำระเงิน เช่น ข้อมูลการเรียกเก็บเงิน ข้อมูลบัตรเครดิตหรือเดบิต และรายละเอียดบัญชีธนาคาร
- ข้อมูลการเข้ารับบริการ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่เกี่ยวข้องความต้องการด้านที่พักอาศัย
- ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาด เช่น ข้อมูลการลงทะเบียนเพื่อร่วมกิจกรรมกับเรา
- ข้อมูลสถิติ เช่น การเข้าชมเว็บไซต์ การเข้าเยี่ยมชมโครงการ การเข้ารับบริการ
- ข้อมูลจากการเข้าใช้เว็บไซด์ของเรา เช่น IP Address, Cookies
4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
เราอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจาก 2 ช่องทาง ดังนี้
- เราได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากคุณโดยตรง โดยเราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจากขั้นตอนการให้บริการดังนี้
- หากคุณแสดงออกว่าสนใจที่จะรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและบริการของเรา ร้องขอการบริการลูกค้า
- หากคุณทำการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของเราหรือลงทะเบียนเข้าร่วมงานกิจกรรมออนไลน์ หรือการโต้ตอบทาง E-Mail หรือช่องทางการสื่อสารอื่น ๆ ระหว่างเราและคุณ
- หากคุณมาเยี่ยมชมสำนักงาน โครงการของเรา
- เราได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณมาจากบุคคลที่สามหรือแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ดังต่อไปนี้
- เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับคุณจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ รวมทั้งบุคคลที่สามที่เราซื้อข้อมูลส่วนบุคคลและรวมข้อมูลนี้กับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากคุณ
- ผู้บริการบุคคลที่สามที่ให้ข้อมูลติดต่อทางธุรกิจ
โดยได้รับข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีการ ดังต่อไปนี้
- ทาง E-Mail
- ทางโทรศัพท์
- ได้รับเป็นเอกสารโดยตรง
หากคุณให้ข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวกับบุคคลอื่นแก่เราหรือผู้ให้บริการของเรา เช่น ข้อมูลของคู่สมรส บุตร บิดามารดา ฯลฯ โดยการส่งข้อมูลนั้นคุณรับรองว่าคุณมีอำนาจในการดำเนินการดังกล่าวและได้รับความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้นให้ส่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่เราได้ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ได้กล่าวไว้ในเอกสารฉบับนี้
5. วัตถุประสงค์ในการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- เพื่อให้บริการลูกค้า การรับประกัน การบริการหลังการขายและลูกค้าสัมพันธ์
- เพื่อการวิจัยตลาด และวิเคราะห์ทางสถิติ
- เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ หรือสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ
- เพื่อการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย
- เพื่อประโยชน์ในการจัดทำฐานข้อมูลและใช้ข้อมูลเพื่อเสนอสิทธิประโยชน์ตามความสนใจของคุณ
- เพื่อวิเคราะห์และนำเสนอบริการหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ ของเรา และ/หรือบุคคลที่เป็นผู้จำหน่าย เป็นตัวแทน หรือมีความเกี่ยวข้องกับเราหรือพันธมิตรของเรา
- เพื่อวัตถุประสงค์ทางบัญชีหรือทางการเงิน เช่น การยื่นสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย การเรียกเก็บเงินและการตรวจสอบความถูกต้อง การขอคืนเงิน การชำระเงินผ่านระบบออนไลน์หรือบัตรเครดิต
- เพื่อเป็นช่องทางการในการสื่อสาร ตอบคำถาม หรือตอบสนองข้อร้องเรียนต่าง ๆ
- เพื่อรักษาความปลอดภัย
- เพื่อสนับสนุนความปลอดภัยของเว็บไซต์และบริการของเรา
- เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนด ระเบียบ ข้อบังคับ หรือการร้องขอใด ๆ จากหน่วยงานภาครัฐ หรือการร้องขออื่น ๆ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ในบางกรณี เราอาจแจ้งให้คุณทราบถึงวัตถุประสงค์ที่เราเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ สำหรับสินค้า บริการ หรือการติดต่อกับเราในครั้งนั้น ๆ เป็นการเฉพาะเจาะจง ในกรณีดังกล่าว เราจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเพื่อวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้เป็นการเฉพาะเจาะจงเป็นการเพิ่มเติมจากวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาข้างต้น ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้มีการแจ้งแก่คุณเป็นอย่างอื่น
6. การเปิดเผย ส่ง และโอนข้อมูลส่วนบุคคล
เราอาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังบุคคลที่สาม ซึ่งอาจตั้งอยู่ภายในหรือนอกประเทศไทย โดยเราจะดำเนินตามมาตรการที่จำเป็นและเหมาะสม หรือเป็นไปตามข้อบังคับและกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ข้างต้น ได้แก่
- บริษัทในเครือ ตัวแทน ผู้ให้บริการ หรือคู่ค้าที่ให้บริการแก่เรา หรือดำเนินการใด ๆ ในฐานะตัวแทนของเรา
- หุ้นส่วนทางธุรกิจ พันธมิตรที่เข้าร่วมรายการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการให้บริการลูกค้า หรือตอบสนองความต้องการของลูกค้า
- ร้านค้า ตัวแทน ผู้รับเหมา หรือผู้ให้บริการภายนอก ซึ่งให้บริการแก่เรา
- ที่ปรึกษาทางวิชาชีพ เช่น ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน และทนายความ
- ธนาคาร และผู้ให้บริการทางการเงิน เช่น บัตรเครดิต หรือเดบิต
- เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
- หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานอื่น ๆ ตามที่กฎหมายอนุญาต หรือกำหนดไว้
7. การเก็บรักษาและระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะทำการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วย 2 รูปแบบ คือ เก็บเป็นเอกสาร (Hard Copy) หรือ ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Soft Copy) โดยจัดเก็บไว้ในระบบ Server ที่มีระบบความปลอดภัยเป็นอย่างดี เราจะใช้มาตรการทางเทคนิค และการบริหารจัดการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของคุณที่เราเก็บรวบรวม เช่น เราใช้โปรโตคอลความปลอดภัย (Secured Sockets Layer : SSL) สำหรับการเข้ารหัสข้อมูลผ่านทาง อินเตอร์เน็ต
เราอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่าที่จำเป็นโดยสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้ในนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ หรือเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับระยะเวลาเก็บรักษาเอกสารและข้อมูลบางประเภทที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เช่น กฎหมายว่าด้วยสถาบันการเงิน กฎหมายว่าด้วยภาษีอากร กฎหมายว่าด้วยการบัญชี เป็นต้น
หลังจากที่หมดระยะเวลาในการเก็บรักษาแล้ว เราจะลบข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ หากมีข้อมูลใด ๆ ที่เราไม่สามารถลบออกจากระบบของเราได้อย่างสิ้นเชิงเนื่องด้วยเหตุผลทางเทคนิค เราจะใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลดังกล่าว
8. สิทธิเจ้าของข้อมูล
คุณมีสิทธิในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้
- สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม คุณมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่คุณได้ให้ความยินยอมกับเราได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอยู่กับเรา
- สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล คุณมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณและขอให้เราทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่คุณ รวมถึงขอให้เราเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่คุณไม่ได้ให้ความยินยอมต่อเราได้
- สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง คุณมีสิทธิในการขอให้เราแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์
- สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล คุณมีสิทธิในการขอให้เราทำการลบข้อมูลของคุณด้วยเหตุบางประการได้
- สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล คุณมีสิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วยเหตุบางประการได้
- สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล คุณมีสิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของคุณที่คุณให้ไว้กับเราไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น หรือ ตัวคุณเองด้วยเหตุบางประการได้
- สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล คุณมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วยเหตุบางประการได้
9. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ Website อื่น
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ใช้เฉพาะสำหรับการให้บริการของเราและการใช้งาน Website ของเรา เท่านั้น หากคุณได้กด Link ไปยัง Website อื่น แม้จะผ่านช่องทางใน Website ของเราก็ตาม คุณจะต้องศึกษาและปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏใน Website นั้น ๆ แยกต่างหากจากของเรา
10. การเปลี่ยนแปลงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะทำการพิจารณาทบทวนนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติ กฎหมาย และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง หากเราทำการแก้ไขเราจะระบุ “วันที่มีผลบังคับใช้” หรือ “วันที่ปรับปรุงล่าสุด” ไว้ที่ด้านบนของนโยบายฉบับนี้ ทั้งนี้ หากเรามีปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เราจะแจ้งให้ท่านทราบด้วยการอัพเดทข้อมูลลงใน Website ของเราโดยเร็วที่สุด หรือโดยการติดต่อคุณทาง E-Mail ที่คุณให้ไว้
11. ช่องทางการติดต่อ
หากคุณต้องการใช้สิทธิเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ หรือมีคำถามเกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือแนวทางปฏิบัติสำหรับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเราโปรดติดต่อเราได้จากช่องทางดังนี้
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer : DPO)
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ
650, 652 ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
E-Mail : PDPA@thanasiri.com